ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
น้ำตกแจ้ซ้อน บ้านป่าเหมี้ยง ชิลล์ได้ทั้งปี มีน้ำทุกฤดู #สายเที่ยว ep.3
สำหรับบทความนี้นะครับก็จะมาเล่าเรื่องราวของการเดินทางไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนนะครับ จังหวัดลำปาง ซึ่งอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนแห่งนี้ มีเส้นทางเชื่อมต่อที่สามารถไปโผล่ออกจังหวัดเชียงใหม่ได้นะครับ แต่อาจจะต้องลัดเลาะ และคดเคี้ยวสักนิดหน่อย ในส่วนของตัวอุทยาน มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม อำเภอวังเหนือ และอำเภอเมือง เนื้อที่โดยรวมประมาณ 480,000 ไร่ หรือ 768 ตารางกิโลเมตร
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ นะครับก็คือจะเป็นตัวของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีทั้งน้ำตกแจ้ซ้อนที่มีน้ำไหลเย็นผ่านตลอดทั้งปี มีลำธารสามารถให้เด็กๆ ลงไปเล่นได้ อีกทั้งยังสามารถเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติ จากบ่อน้ำพุร้อนไปถึงธารน้ำตกชั้นที่ 1 หรือจะเดินขึ้นไปชมชั้นที่ 2 3 4 ก็ทำได้นะครับ แต่บอกเลยว่าเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นนี้ค่อนข้างเหนื่อยนะครับเพราะว่าจะต้องเดินขึ้นไปบนเขาตามขั้นบันไดที่ทางอุทยานจัดเตรียมไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยว ไปจะถึงชั้นที่ 2 ก็คงจะหอบกันแล้วล่ะครับ


นอกจากนี้ภายในอุทยานยังจัดสถานที่สำหรับนั่งเล่นพักผ่อน หรือจะเป็นการแค้มป์ปิ้งเล็กๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่ยังคงความเขียวขจีและร่มรื่น บอกได้เลยนะครับว่าสถานที่แห่งนี้สามารถไปเที่ยวได้ทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นช่วงหน้าหนาว ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะนิยมไปนอนใกล้ๆ กับอุทยานแห่งชาติ เพราะมีที่พักโฮมสเตย์อยู่ค่อนข้างเยอะ รวมถึงรีสอร์ทธรรมชาติที่น่าพักมากมายราคาไม่แพง หรือท่านใดจะเข้าไปพักด้านในอุทยานก็มีสถานที่พักแรมเตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน มีความสะดวกสบายครับทั้งห้องน้ำห้องท่าสะอาดสะอ้าน จุดจอดรถกว้างขวาง แถมยังมีร้านอาหารสวัสดิการไว้ให้ฝากท้องอีกด้วยนะครับ


ไฮไลท์อีกอย่างนึงของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นะครับก็คือ บ่อน้ำพุร้อน ซึ่งมีความร้อนมากพอที่เราจะลวกไข่แล้วนำกลับมารับประทานได้ที่บ้าน โดยที่ไข่ลวกของเรานั้น จะเป็นไข่ออนเซ็นชนิดพิเศษ คือลวกไปประมาณ 17 นาที เราจะได้ไข่ขาวที่เป็นยางมะตูม และไข่แดงสุกกำลังดี รสชาติใกล้เคียงกับไข่ออนเซ็นที่เมืองนอกได้เลยนะครับ แต่ต้องระวังนิดนึงนะครับเวลาที่เราลวกไข่ ไม่ควรให้ไข่แตกเด็ดขาด ทอดไข่มีรอยร้าวหรือแตกในบ่อน้ำร้อน ไข่ฟองนั้นก็จะซึมซับเอากำมะถันเข้าไปเต็มๆ รสชาติมันก็จะค่อนข้างตะมุตะมิบอกไม่ถูกเช่นเดียวกันครับ ฮ่าๆๆ
นอกจากนี้ยังมีบริการแช่น้ำพุร้อนออนเซ็นอีกด้วยนะครับ ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าเราจะแช่กับเพื่อน หรือจะแช่คนเดียว เป็นลักษณะห้องแยกเดี่ยว ภายในมีที่วางของ อ่างล้างหน้า ฝักบัวอาบน้ำ และบ่อน้ำร้อน สำหรับหลายท่านนะครับที่เคยไปแช่น้ำร้อนหลายๆ ที่ในประเทศไทย ท่านจะทราบเลยว่าอุณหภูมิของน้ำร้อนนั้น ค่อนข้างสูง เราจำเป็นต้องปรับร่างกายด้วยการค่อยๆ นำน้ำร้อนขึ้นมารูปตัวและลงไปแช่ ทีละส่วนของร่างกาย การลงไปแช่ในน้ำร้อน จะทำได้เพียงไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้นนะครับ เพราะหลังจากนั้นอาจจะหน้ามืดและเป็นลมได้ จากการผ่อนคลาย คลายเส้น จะกลายเป็นส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างเฉียบพลันได้นะครับ เพราะฉะนั้น สำหรับน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนแห่งนี้เขาจะไม่มีตัวปรับน้ำร้อนน้ำเย็นให้เรา จึงต้องระวังเป็นอย่างมากในเรื่องของการแช่น้ำร้อนที่นี่ครับ แต่ถ้าเราไปในหน้าหนาว รับรองเลยว่าท่านจะไม่อยากขึ้นมาจากน้ำร้อนเลยทีเดียว มีหลายแห่งนะครับในประเทศไทยที่จะมีตัวปรับน้ำร้อนและมีท่อสำหรับเปิดน้ำเย็นลงไปด้วย ซึ่งเราสามารถเลือกปรับอุณหภูมิที่เราพอใจ และใช้ได้เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว แต่สำหรับที่นี่ ไม่มีครับ 

หลังจากที่เราอิ่มเอมจากการเดินชมน้ำตกและแช่น้ำพุร้อนกันแล้วนะครับเราก็ไปกันต่อที่บ้านป่าเหมี้ยง ซึ่งเส้นทางขึ้นไปบ้านป่าเหมี้ยงนั้น ก็สามารถขับผ่าน อช.แจ้ซ้อนขึ้นไปได้ หรือถ้ามาจากเชียงใหม่ ก็มาทางเส้นแม่กำปอง สันกำแพง ได้เช่นเดียวกัน ถนนหนทางจะค่อนข้างเล็ก และชันนะครับ การขับต้องใช้ความระมัดระวังค่อนข้างสูง ยิ่งจะเป็นในช่วงหน้าฝนจะมีความอันตรายพอสมควร เพราะว่าถนนมีความลื่นครับ สังเกตข้างทางจะมีต้นเฟิร์น และมอส สีเขียวๆ เกาะอยู่เต็มไปหมด นั่นคือตัวลื่นเลยทีเดียว แนะนำว่าถ้าไม่ชำนาญเส้นทาง ใช้บริการรถเช่าจะดีที่สุดนะครับ หรือค่อยๆ ขับไปตามเส้นทางอย่างระมัดระวังก็จะปลอดภัยอย่างแน่นอน


สำหรับบ้านป่าเหมี้ยงแห่งนี้ ก็เป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่บนโอบเขา ขายจักรหมู่บ้านอีต่องที่เรานำเสนอไปในสายเที่ยวตอนที่แล้ว แต่จะมีความสงบและร่มรื่นมากกว่า เพราะเต็มไปด้วยไม้ป่าและต้นเหมี้ยงที่ชาวบ้านใช้ในการดำรงชีพ และในปัจจุบัน ชาวบ้านมีความรู้ทางด้านการเกษตรมากขึ้น จึงหันมาปลูกกาแฟและมัลเบอรี่ โดยที่นักท่องเที่ยวสามารถคั่วกาแฟ และบดชงดื่มเองได้ด้วย ดีว่าเป็นหมู่บ้านของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างแท้จริง หมู่บ้านเล็กๆ ที่ต้องการความสงบและร่มเย็น จึงไม่ต้องการเสียงรบกวนมากนักนะครับ จุดประสงค์เพื่อการพักผ่อนชิวน่าจะเหมาะที่สุด ถ้าจะขึ้นไปตั้งวงดื่มเหล้า ไม่แนะนำนะครับสำหรับสถานที่แห่งนี้ ในส่วนของร้านค้า และร้านอาหาร มีชาวบ้านเปิดหน้าบ้านให้บริการบ้าง แต่ไม่เยอะเท่าไหร่ มีปั๊มหลอดบริการนะครับด้านบน เผื่อใครน้ำมันหมดกะทันหันยังพอมีที่พึ่งอยู่บ้าง ปากทางเข้าหมู่บ้านก็มีอู่ซ่อมรถ เรียกได้ว่า สถานการณ์ฉุกเฉินยังพอมีทางแก้ไขได้ที่หมู่บ้านแห่งนี้ครับ
ที่บ้านป่าเหมี้ยงแห่งนี้นะครับจะมีธารน้ำตกเล็กๆ ไหลผ่านตัวหมู่บ้าน เรียกว่าทานน้ำตกสองปาน และสำหรับทริปนี้ผมและเพื่อนๆ ไม่ได้พักที่นี่นะครับ เนื่องจากเวลาของเรามีจำกัด เราจึงทำได้เพียงแค่ขับรถวนดูบรรยากาศเท่านั้น แต่คิดว่าถ้าวันไหนมีเวลาว่างจะขึ้นมานอนพักสัก 3-4 วัน น่าจะเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การรวบรวมสติได้ดีทีเดียว สำหรับทริปนี้ก็ไม่ได้มีภาพมากมายครับ แต่เราได้บันทึกวีดีโอไว้ในช่อง YouTube เรียบร้อยแล้ว
ขากลับเราก็กลับลงมาทางเส้นทางน้ำตกแจ้ซ้อนนะครับลืมบอกไปว่าจะมีลานดอกเสี้ยวอยู่ระหว่างทางด้วย ซึ่งลานดอกเสี้ยวแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมดอกเสี้ยวบานได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และในทริปนี้เราไม่ได้มาในช่วงเวลานั้นนะครับ แต่ภาพที่ผมนำมาให้ชม เป็นภาพที่เราขึ้นไปชมลานดอกเสี้ยวอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ถัดมา ซึ่งจะเป็นคลิปวีดีโอคลิปที่ 2 ที่ผมจะแปะไว้ให้ท่านผู้ชมได้ชมกันอีกด้วยนะครับ ยังไงฝากติดตามด้วยนะครับสำหรับช่อง YouTube บันทึกตามสายของพวกเรา และบทความดีๆ สาระน่ารู้ต่างๆที่จะนำมาฝากกันที่เว็บไซต์บันทึกตามสายแห่งนี้ครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น